Conventional Technology

ระบบการกรอง ( Filtration )

       ระบบการกรอง ( Filtration ) คือ เป็นการกรองน้ำผ่านสารกรอง( Media filter )หลายชนิด เพื่อตอบสนองการกรองน้ำที่เหมาะสมต่อความต้องการ เราจึงออกแบบถังกรองแต่ละประเภทให้เหมาะสมต่อการใช้งานและการล้างย้อนเพื่อให้ระบบสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง

Filtration
ถังกรองทราย (Sand Filter)

ภายในบรรจุด้วยกรวดทรายที่คัดขนาดเป็นชั้นๆ ตั้งแต่ขนาดเล็กลงมาใหญ่ สามารถกำจัดความขุ่นและสารแขวนลอยในน้ำได้

ลักษณะการใช้งาน

– ใช้กรองก่อนที่น้ำจะเข้าสู่กระบวนการบำบัด

– ใช้กรองน้ำใต้ดินและน้ำผิวดินก่อนนำน้ำไปใช้งาน

– สามารถกำจัดอนุภาคขนาด 40 ไมครอน ขึ้นไป

ตารางsand
ถังกรองคาร์บอน (Carbon filter)

ภายในบรรจุด้วย  Activated Carbon และทรายคัดขนาด สามารถกำจัดสารอินทรีย์, คลอรีน, กลิ่น, รสชาติ และสีในน้ำได้

ลักษณะการใช้งาน

– ช่วยให้น้ำดื่มมีรสชาติที่ดีขึ้น

– สามารถกำจัดอนุภาคขนาด 10 ไมครอน ขึ้นไป

– ช่วยยืดอายุการใช้งานของเรซินและ RO Membrane

carbon
ถังกรองสนิมเหล็ก (De-Iron filter)

ภายในบรรจุด้วย Birm หรือ Manganese green sand และทรายคัดขนาด สามารถกำจัดเหล็กและแมงกานีสในน้ำได้

ลักษณะการใช้งาน

– สามารถกำจัดสีเหลืองและสีแดงที่เกิดจากเหล็กและแมงกานีส

– กำจัด Fe 2+ และ Fe 3+ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการกัดกร่อนในระบบอื่นๆ

de iron
ระบบแลกเปลี่ยนไอออน (Ion-Exchange)

ระบบแลกเปลี่ยนไอออน (Ion-Exchange) คือ เป็นการดึงประจุ (Ion) ทั้งบวกและลบออกจากน้ำ เพื่อให้นํ้ามีสภาพความนําไฟฟ้าน้อยที่สุดโดยใช้ Cation resin และ Anion resin  นอกจากนี้สิ่งสำคัญที่จะต้องคำนึงถึงคือการฟื้นฟูประสิทธิภาพของเรซิน(regeneration) เราจึงออกแบบถังให้เหมาะสมกับการกรองและการฟื้นฟูเพื่อให้ระบบสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง

Ion
ถังกำจัดไอออน (Deionization)

ภายในถังบรรจุด้วยเรซิน สามารถกำจัดไออนต่างๆในน้ำ หลักการคือ ใช้แคทไอออนเรซินที่มีไอออนของไฮโดรเจน (H+ ) สำหรับจับแคทไอออน ซึ่ง H+ จะถูกแทนที่โดยแคทไออนที่อยู่ในน้ำ เช่น Na+ K+Ca2+และ Mg2+ และ ใช้แอนไอออนเรซินที่มีแอนไอออนของไฮดรอกไซด์ (OH) สำหรับจับแอนไอออน ซึ่ง OH จะถูกแทนที่โดยแอนไอออนที่อยู่ในน้ำ เช่น ClBrINO2 – NO3 – PO43-และ SO42- โดย Hและ OH– ที่ถูกแทนที่จะหลุดออกจากเรซินและเกิด neutralization กลายเป็นน้ำ เพราะฉะนั้นน้ำที่ได้จากกระบวนการนี้จึงมีความบริสุทธิ์สูง เพราะจะเหลือเพียงแค่โมเลกุลของน้ำเท่านั้น

ลักษณะการใช้งาน

– สามารถนำไปใช้ร่วมกับวิธีการทำให้น้ำบริสุทธิ์ เช่น RO, การกรองและการกลั่น

– เหมาะสำหรับงานที่ใช้น้ำที่มีความบริสุทธิ์สูง เช่น ห้องปฏิบัติการ อุตสาหกรรมอาหาร และยา

ถังกรองความกระด้าง (Water Softener)

ภายในถังบรรจุด้วยเรซินที่มีคุณสมบัติในการกรองความกระด้างออกจากน้ำ น้ำที่มีความกระด้างเกิดจากแคลเซียมและแมกนีเซียม นอกจากนี้แคลเซียมและแมกนีเซียมยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดตะกรันที่อุปกรณ์ในระบบอีกด้วย

หลักการ คือ จะใช้แคทไอออนเรซินที่มีไอออนของไฮโดรเจน (H+ ) สำหรับจับแคทไอออน (แคลเซียม และแมกนีเซียม) ซึ่งน้ำก่อนเข้าระบบนี้ควรจะเป็นน้ำที่ค่อนข้างใสก่อน  เนื่องจากถ้าน้ำมีความขุ่น สารแขวนลอยก็จะมาเกาะอยู่บริเวณผิวของเรซินทำให้ประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนประจุของเรซินลดลง จึงควรผ่านเครื่องกรองทรายก่อน (ในกรณีที่มีคลอรีน ให้ผ่านเครื่องกรองคาร์บอน)  โดยน้ำที่ผ่านกระบวนการนี้จะได้เป็นน้ำอ่อนสามารถนำไปใช้งานได้

ลักษณะการใช้งาน

– กำจัดความกระด้างในน้ำ

– ปรับปรุงคุณภาพน้ำก่อนเข้าสู่ Boiler, Cooling Tower และ RO

WST

Membrane Technology

        รูเยื่อเมมเบรนมีขนาด 0.1-2 ไมครอน ใช้ความดันที่ระดับต่ำ (<1 บาร์) สามารถกำจัดสารแขวนลอยและแบคทีเรีย (Giaria/Crypto) ซึ่ง MF membrane มีการใช้งาน 2 รูปแบบ

MF1

แบบใช้แรงดัน (External pressure driven)

6

แบบจุ่ม (Submerged membrane)

       รูเยื่อเมมเบรนมีขนาด 0.01 –0.1 ไมครอน ใช้ความดันที่ระดับปานกลาง (1 – 2 บาร์) สามารถกำจัดอนุภาคขนาดเล็กเช่น เบคทีเรีย ไวรัสบางชนิดได้ถึง Log 7, คอลลอยด์และสารอินทรีย์น้ำที่ได้จากการกรองด้วย UF membrane จะมีค่าความขุ่นต่ำกว่า 0.5 NTU ซึ่งต่ำกว่าน้ำที่ได้จากกรองด้วยระบบ Conventional ถึง 10 เท่า

uf

    รูเยื่อเมมเบรนมีขนาด 0.0001 –0.001 ไมครอน ใช้ความดันสูง (10-15 บาร์สำหรับน้ำกร่อย) สามารถกำจัดของแข็งละลายน้ำ (TDS) หรือ ไอออนต่างที่ปนเปื้อนอยู่ในน้ำเนื่องจากเยื่อกรองมีความละเอียดสูงจึงทำให้น้ำที่ได้มีความบริสุทธิ์สูงถึง 96 -99.8%

RO
RO1
ตาราง

Electrocoagulation Technology

ระบบบำบัดน้ำเสียด้วยไฟฟ้า

Electro coagulation หรือ EC เป็นขบวนการที่ใช้ในการบำบัดน้ำเสีย หรือน้ำประปา ด้วยขบวนการทางไฟฟ้า ถือว่าเป็นขบวนการทำตกตะกอนด้วยไฟฟ้า ที่ถือว่าได้คุณภาพดีกว่า การใช้สารเคมี (สารส้มหรือเฟอริกคลอไรค์) น้ำผ่านขั้นตอนการทำ EC จะถูกส่งต่อไปยังขั้นตอนการตกหรือแยกตะกอน เพื่อแยกน้ำดีออก ก่อนที่จะส่งไปบำบัดค่าของน้ำ อื่นๆ อีกต่อไป

น้ำเสียไฟฟ้า

Bac Comber เป็นเทคโนโลยีที่นำมาใช้ทดแทนสารเคมี เพื่อใช้แก้ไขปัญหาหลักที่เกิดขึ่นใน Cooling tower คือ การเกิดตะกรัน การกัดกร่อน แบคทีเรีย เมือก และตะไคร้ 

การแก้ปัญหาดังกล่าวข้างต้น จากเดิมมีการเติมสารเคมีเพื่อแก่ปัญหา ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงและเป็นอันตรายแก่ผู้ใช้งานและสิ่งแวดล้อม

1.ปัญหาหลักที่พบ

1.1ตะกรัน มักพบในอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนความร้อนลดลงเป็นผลให้ต้องใช้พลังงานเพิ่มขึ้น

1.2  การกัดกร่อน ทำให้ท่อและอุปกรณ์เป็นสนิม ผุกร่อน

1.3 แบคทีเรีย เมือก และตะไคร่ (รวมไปถึงเชื้อ Legionella) ลักษณะเป็น Biofilm ซึ่งขัดขวางการถ่ายเทความร้อนภายและชั้น Biofilm ยังลดการน้ำความร้อนได้ต่ำกว่าตะกรันหลายเท่าตัว

นอกจากนี้ยังส่งผลต่อสุขภาพของผู้ปฎิบติงานและผู้อยู่อาศัยบริเวณรอบๆCooling Tower อีกด้วย เนื่องจากเชื้อ Legionella ซึ่งมีผลต่อระบบทางเดินหายใจและปอด

1
2
3
4

เมื่อน้ำไหลผ่าน ตัวเครื่องจะปล่อยสัญญาณคลื่นพิเศษความถี่ต่ำ (ULF) 102-104 Hz เพื่อกระตุ้นให้เกิดการกำจัดตะกรัน การกัดกร่อน(กำจัดสนิมแดงและสร้างสนิมดำ) แบคทีเรีย เมือก และ สาหร่ายที่เกิดขึ้นภายใน Cooling Tower และ Heat Exchanger

5
  1. เป็นเทคโนโลยีสะอาด (แทนที่การใช้สารเคมีในระบบเดิม)
  2. ติดตั้งง่าย
  3. ควบคุมการกัดกร่อน (Corrosion)
  4. ช่วยเพิ่มรอบของ Cycle of Concentration (COC) ได้ยาวนานแบบเดิมลดการใช้น้ำ Make Up
  5. ลดปริมาณและความปนเปื้อนของน้ำเสียจาก Cooling Tower
  6. ยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ด้วยการควบคุมการกัดกร่อน (Corrosion)
  7. ภาพลักษณ์ความรับผิดชอบต่อสังคมที่ดี (CSR)
  8. ตอบสนองNational Environment Agency (NEA) และมาตรฐานการควบคุมทางชีวภาพด้านความเย็นอื่น ๆ
ตาราง

Evaporator and Spray Dryer Technology

ZERO DISCHARGE

มาตรการควบคุมปริมาณความสกปรกของน้ำทิ้งจากภาคอุตสาหกรรมเพื่อฟื้นฟูคุณภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา พ.ศ.2551

Evaporator

ระบบระเหยข้น (Falling Film Evaporator)

เป็นระบบที่ทำขึ้นเพื่อเพิ่มความเข้มข้นของของเหลว ที่เกิดจากกระบวนการผลิต และของเหลวที่เกิดจากกิจกรรมต่างๆในโรงงานอุตสาหกรรม เนื่องจากปัจจุบันมีการกำหนดกฎหมายควบคุมการปล่อยน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมออกสู่แหล่งน้ำธรรมชาติให้เป็นศูนย์หรือ Zero Discharge หมายถึง หน่วยงานต่างๆต้องไม่ปล่อยน้ำเสียออกสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ  ดังนั้นทางผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องหาระบบบำบัดเข้ามารองรับกฎหมายนี้ ซึ่งระบบระเหยข้น เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คุ้มค่า และตอบโจทย์ข้อนี้เป็นอย่างดี  เนื่องจากกระบวนการระเหยข้นนั้นสามารถเปลี่ยนสถานะของน้ำเสียให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถกำจัดได้ง่ายเมื่อเปรียบเทียบกับระบบการกำจัดแบบอื่นๆ

ZERO_LIQUID_DISCHARGE

ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง มาตรการควบคุมปริมาณน้ำทิ้งที่ออกจากภาคอุตสาหกรรม หรือ Zero Discharge เป็นมาตรการที่ใช้ควบคุมการปล่อยน้ำเสียออกสู่แหล่งน้ำธรรมชาติจากภาคอุตสาหกรรมออกสู่แหล่งน้ำสาธารณะ ทางทีมสิ่งแวดล้อม เล็งเห็นถึงความสำคัญข้อนี้ และอยากมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาเรื่องกำจัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพ และเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานกำหนด เราจึงมีการนำเทคโนโลยี “ระบบระเหยข้น (Falling Film Evaporator)” และ “ระบบอบแห้งแบบพ่นฝอย (Spray Dryer)” เข้ามาดำเนินการจัดการกำจัดน้ำเสียจากอุตสาหกรรม ให้เป็นไปตามความต้องการของลูกค้า ทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร

Eva
frow1

Spray Dryer

ระบบอบแห้งแบบพ่นฝอย (Spray Dryer)

ระบบอบแห้งแบบพ่นฝอย คือระบบสำหรับแปรรูปของเหลวให้เปลี่ยนสถานะเป็นผงแห้งโดยการฉีดพ่นให้ของเหลวกระจายเป็นละอองฝอยในถังอบลมร้อน นิยมนำมาใช้ร่วมกับระบบระเหยข้นเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น ในกระบวนการต่างๆในการแปรรูป คือ นำของเหลวที่ผ่านกระบวนการระเหยข้นมาผ่านระบบอบแห้งแบบพ่นฝอยให้เปลี่ยนสถานะเป็นผงเพื่อกำจัดของเสียในรูปของของเหลวทำให้ของเสียหมดไปจากระบบ นั่นหมายถึงโรงงานที่นำระบบดังกล่าวมาใช้จะไม่มีการปล่อยของเสียในรูปของเหลวออกสู่สิ่งแวดล้อมภายนอกตามที่กฎหมาย Zero Discharge ได้กำหนดไว้

01

RO Filter

Reverse Osmosis (RO) System  รูเยื่อเมมเบรนมีขนาด 0.0001 –0.001 ไมครอน ใช้ความดันสูง (10-15 บาร์สำหรับน้ำกร่อย) สามารถกำจัดของแข็งละลายน้ำ (TDS) หรือ ไอออนต่างที่ปนเปื้อนอยู่ในน้ำเนื่องจากเยื่อกรองมีความละเอียดสูงจึงทำให้น้ำที่ได้มีความบริสุทธิ์สูงถึง 96 -99.8%

ro
Ro1

UF Filter

Ultrafiltration (UF) System รูเยื่อเมมเบรนมีขนาด 0.01 –0.1 ไมครอน ใช้ความดันที่ระดับปานกลาง (1 – 2 บาร์) สามารถกำจัดอนุภาคขนาดเล็กเช่น เบคทีเรีย ไวรัสบางชนิดได้ถึง Log 7, คอลลอยด์และสารอินทรีย์น้ำที่ได้จากการกรองด้วย UF membrane จะมีค่าความขุ่นต่ำกว่า 0.5 NTU ซึ่งต่ำกว่าน้ำที่ได้จากกรองด้วยระบบ Conventional ถึง 10 เท่า

uf
uf1